จับตามองธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในยุค 4.0

Thailand ในยุค 4.0 คือยุคแห่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมที่มีการเติบโตอย่างเต็มที่ในกลุ่มของเทคโนโลยี อุตสาหกรรม และธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งยุคนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นยุคของเทคโนโลยีดิจิตอลสร้างบทบาทในทางธุรกิจของนวัตกรรมที่อยู่อาศัยอย่างก้าวล้ำนำสมัย เพื่อต่อยอดไปสู่การตอบโจทย์ผู้คนด้านที่อยู่อาศัย จึงทำให้เกิดช่องทางการสร้างรายได้ใหม่ๆเพื่อจะได้แย่งชิงความเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ด้วยการใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนความก้าวหน้าและพัฒนาไปอย่างไม่หยุดนิ่ง รวมทั้งการสร้างความโดดเด่นและแตกต่างออกมา เช่น วิธีการก่อสร้าง การออกแบบ สิ่งอำนวยความสะดวก เป็นต้น

อสังหาริมทรัพย์ในยุค 4.0 เกิดความเปลี่ยนแปลงกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ของผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายการ ยกตัวอย่างเช่น การร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อย่าง “แสนสิริ” กับผู้ร่วมทุนอย่าง “ธนาคารไทยพาณิชย์” จับมือกันก่อตั้ง “บริษัท สิริ เวนเจอร์ จำกัด” โดยมีการถือหุ้นในสัดส่วน 90 : 10 ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท เพื่อเป็นการวางกลยุทธ์และปรับเปลี่ยนรูปแบบการตลาดอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ๆ เป็นการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ในการใช้ชีวิตบนที่อยู่อาศัยในอนาคต (Property Technology) เติมเต็มชีวิตในรูปแบบของคนเมือง นอกจากนั้นยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยการมอบเงินทุนสนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมที่อยู่อาศัยของกลุ่มธุรกิจ Startup รุ่นใหม่

ซึ่งนอกจากบริษัทแสนสิริจะจับมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ยังมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายอื่นๆอีกที่พร้อมใจการนำเทรนด์อสังหาริมทรัพย์ 4.0 เช่น “ เอพี ไทยแลนด์” ได้นำนวัตกรรมด้านที่อยู่อาศัย “เอพี ดิจิตอล คอมมูนิตี้” มาใช้ภายใต้แนวความคิดที่ว่า “ loT ( Internet of Thing)” เพื่อให้อุปกรณ์ต่างๆภายในบ้านสื่อสารถึงกันได้ด้วยระบบสุดแสนจะไฮเทค และยังมีทาง “เอสซี แอสเสท” พร้อมใจขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการใช้กลวิธี 4.0 ในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีผสมผสานกันเพื่อพัฒนาในด้านผลิตภัณฑ์และการบริการ ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ Human-Centric” เพื่อนำไปร่วมทุนกับกลุ่มสตาร์ทอัพทั้งในประเทศและต่างประเทศ นำสิ่งที่คิดค้นพัฒนาขึ้นมาได้ไปใช้ในโลกอนาคตที่เต็มไปด้วยความนำสมัย

นี่เป็นแค่ตัวอย่างส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการที่เป็นรายใหญ่ของประเทศในการตื่นตัวที่จะขับเคลื่อนธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยเข้าสู่ยุค 4.0 อย่างเต็มตัว ยังมีผู้ประกอบการอีกหลายรายที่พร้อมใจกันพัฒนาธุรกิจมองหาทุนจากแหล่งเงินทุนต่างๆที่มองเห็นโอกาสในอนาคต และยังร่วมกันสนับสนุนกลุ่ม Startup เพื่อเสริมศักยภาพให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ได้สร้างโอกาสในการนำเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาใช้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น รวมทั้งเป็นการช่วยให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความคึกคัก น่าสนใจ และเป็นแรงผลักดันประเทศไทยให้เข้าสู่ยุคดิจิตอลหรืออสังหาริมทรัพย์ 4.0 อย่างมั่นคง

3 สุดยอดเว็บที่มาช่วยคุณเรื่องการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

ในเวลานี้ธุรกิจที่สามารถทำเงินให้กับผู้ลงทุนจนสามารถเห็นผลกำไรได้อย่างชัดเจนคงไม่พ้นการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และที่ดิน ถือได้ว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งของนักลงทุนที่ชื่นชอบการเก็งกำไรจากการซื้อ-ขาย หรือจัดหาที่ดินต่างๆ รวมทั้งพร้อมรับมือกับความเสี่ยงต่างๆได้เป็นอย่างดี แต่คงยังมีนักธุรกิจหน้าใหม่ที่ต้องการเริ่มเข้ามาลงทุนในธุรกิจประเภทนี้แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน ขอแนะนำเลยว่าการเริ่มต้นจากการหาข้อมูลในเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ก่อนเป็นอันดับแรกจะดีที่สุด เพราะในเว็บไซต์จะมีการแนะนำและวิเคราะห์ชี้แจงรายละเอียดต่างๆให้คุณได้อย่างแม่นยำ เรามาดูกันดีกว่าว่า 3 เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ แล้วมีคนนิยมเข้าไปเยี่ยมชมมากที่สุดมีอะไรกันบ้างคะ

  1. landivestingthai.com เป็นเว็บไซต์บทความที่แนะนำการลงทุนเกี่ยวกับบ้านและที่ดินจากหลายๆแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ รวมทั้งวิธีการขั้นตอนต่างๆในการเลือกซื้อ-ขายบ้าน, การเลือกซื้อ-ขายที่ดิน และการวางแผนเพื่อการลงทุนรวมทั้งวิเคราะห์ความเสี่ยงต่างๆให้กับคุณอย่างละเอียด ที่สำคัญยังมีเทคนิคดีๆที่จะช่วยให้คุณขอสินเชื่อกับธนาคารได้ง่ายยิ่งกว่าการปอกกล้วยเข้าไปเสียอีก
  2. realist.co.th เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมแหล่งข้อมูลของโครงการบ้านและที่อยู่อาศัย โดยในเว็บมีการจัดแบ่งหมวดหมู่แยกตามแต่ละเจ้าของโครงการ รวมทั้งแยกประเภทของอสังหาริมทรัพย์ให้อย่างละเอียด นอกจากนั้นแล้วคุณสามารถเลือกดูการวิเคราะห์ที่เป็นรายโครงการ และยังเข้าไปดูในระบบสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐานของแต่ละโครงการได้อีกด้วย เรียกว่าได้เข้าไปดูเว็บนี้เพียงเว็บเดียวเหมือนกับว่าได้ดูโครงการบ้านและที่อยู่อาศัยได้ทั่วประเทศ
  3. cbre.co.th ใครที่ต้องการอยากรับคำปรึกษาในเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ของไทยก็ต้องเข้าไปสอบถามได้ที่เว็บนี้ เพราะทางเว็บมีให้บริการด้านการเป็นตัวแทนในการซื้อ-ขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทที่คุณสนใจ ไม่เพียงแต่ให้คำปรึกษาเพียงแค่ด้านการซื้อขายเท่านั้น ยังมีบริการปรึกษาด้านการลงทุนสำหรับผู้ที่สนใจอยากลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การวิจัยตลาดให้เหมาะสมกับธุรกิจที่คุณต้องการลงทุน การประเมินราคาทรัพย์สิน เข้าเว็บนี้เว็บเดียวเหมือนคุณมีที่ปรึกษาส่วนตัวด้านอสังหาริมทรัพย์เพราะเว็บนี้มีบริการครบวงจรจริงๆ

จากเว็บที่เราแนะนำมาให้ 3 เว็บนี้เป็นเว็บที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด ที่คุณสามารถเข้าไปศึกษาหาข้อมูลได้ด้วยตนเอง และนอกจากคุณจะหาข้อมูลด้านการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ได้แล้ว คุณยังได้ข้อมูลอื่นๆเช่นการยื่นกู้ขอสินเชื่ออีกด้วย เป็นการช่วยอำนวยความสะดวกอย่างมากคะ

ข้อควรรู้ก่อนคิดลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ปัจจุบันต้องยอมรับว่าการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นสิ่งที่เย้ายวนนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อมาเพื่อปล่อยเช่าหรือเก็งกำไรขายต่อ จึงทำให้มีนักลงทุนหน้าใหม่หมุนเวียนเข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะทำกำไรให้อย่างงอกงาม แต่ใช่ว่าธุรกิจอสังหาริมท      รัพย์จะทำให้ทุกคนรวยเหมือนกันเสมอไป ยังมีข้อที่ควรรู้และต้องระวังอยู่ด้วยเช่นกัน เรามาดูกันดีกว่าว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่นักลงทุนหน้าใหม่ต้องระวังไว้

  1. จังหวะลงทุนที่ดีในช่วงที่เกิดภาวะวิกฤต

เพราะในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจจะเป็นช่วงเวลาที่ราคาสินทรัพย์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นที่ดิน ที่พักอาศัย ตลาดหุ้น ต่างพากันลดราคาให้ถูกกว่าราคาที่ตั้งปกติ เนื่องจากเกิดภาวะที่ผู้คนเริ่มขาดสภาพคล่องทางการเงินจำใจต้องขายทรัพย์สินบางส่วนออกฉะนั้นคนที่มีเงินสดหรือมีสภาพคล่องที่ดีก็จะได้เปรียบขึ้นมาทันที ขณะเดียวกันผู้ที่เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากก็อาจจะเป็นเกิดภาวะวิกฤตเองด้วยเช่นกัน

  1. อสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่เป็น Passive Income เสมอไป

แนวคิดเรื่องการลงทุนและการสร้างอิสรภาพทางการเงินเพื่อใช้เป็นรายได้หลังจากเกษียณหรือ Passive Income ด้วยการปล่อยอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าก็ใช่ว่าจะอยู่เฉยๆแล้วมีรายได้เข้ามา เจ้าของจำเป็นต้องออกแรงในการดูแลทรัพย์สินและต้องผู้เช่าอย่างต่อเนื่องเพราะถ้าขาดผู้เช่าเมื่อไหร่ย่อมหมายถึงการสูญเสียรายได้อย่างแน่นอน

  1. ลงทุนอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ใช่เงินตนเอง อาจเกิดความเสี่ยง

หากใครเคยได้ยินว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่จำเป็นต้องใช้เงินตนเอง อาจไม่ใช่เสมอไปเพราะการเปลี่ยนมือก่อนที่จะมีการโอนหรือซื้อขายในใบจอง ในภาวะที่ตลาดมีสภาพคล่องสูงหรือเศรษฐกิจดีอาจจะทำได้ แต่ถ้าเป็นช่วงที่เศรษฐกิจซบเซาวิธีการจับเสือมือเปล่าอาจจะไม่ได้ผลดีเสมอไปและก่อให้เกิดความเสี่ยงในกรณีที่ไม่สามารถเปลี่ยนมือได้

  1. ซื้อดินเก็บไว้ รออนาคตที่ดินขึ้นราคา

สำหรับผู้ที่มีเงินสำรองไว้แล้ว อาจจะสามารถซื้อที่ดินเก็บไว้ โดยมองไปถึงระยะยาวที่ดินก็จะราคาขึ้น แต่ใช่ว่าจะได้ผลกับที่ดินทุกแปลงเพราะศักยภาพของที่ดินแต่ละแปลงไม่เท่ากัน บางทำเลต้องใช้เวลานานมากกว่าที่ดินจะปรับตัวขึ้น ซึ่งอาจจะกลายเป็นค่าเสียโอกาสได้ ฉะนั้นการเลือกลงทุนกับที่ดินก็ควรพิจารณาเรื่องของทำเลไว้ด้วย

นี่อาจจะเป็นแค่ข้อควรระวังส่วนหนึ่งเท่านั้นสำหรับผู้ที่สนใจในการลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ขึ้นชื่อมีความเสี่ยงต่ำ แต่ในเมื่อขึ้นชื่อว่าการลงทุนแล้ว สิ่งที่ต้องคิดพิจารณาให้มากๆก็คือการบริหารความเสี่ยงอย่างไรให้ดีที่สุด และเจ็บตัวน้อยที่สุดด้วยคะ

การสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์

Real Estate

ในปัจจุบันนี้การลงทุนที่คนส่วนใหญ่สนใจอีกประเภทหนึ่งก็คงไม่พ้นการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน คอนโด บ้าน หรือทาวน์โฮม ล้วนแล้วแต่สร้างกำไรให้กับผู้ที่ลงทุนได้อย่างมากมาย สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการทำตลาดได้ง่าย ได้ผลกำไรมากกว่าการไปลงทุนทำธุรกิจอย่างอื่น ความเสี่ยงน้อยถ้าผู้ลงทุนมีความรู้วิธีและเทคนิคต่างๆ มากพอ ซึ่งถ้าพิจารณากันให้ลึกลงไปการสร้างรายได้ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่นิยมก็คือการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ ที่ใช้ทุนน้อยแต่ได้ผลกำไรตอบแทนดี อาทิเช่น

  1. การปล่อยเช่ารายเดือน

การลงทุนลักษณะนี้จะเป็นการลงทุนเพียงแค่ครั้งเดียวแต่ได้รับเงินต่อเนื่องเป็นรายเดือน เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการลงทุนขั้นพื้นฐาน อย่างเช่น การสร้างบ้าน คอนโด ห้องเช่าในพื้นที่ดินของคุณแล้วปล่อยให้คนมาเช่า เพียงแค่นี้คุณก็จะได้รายได้กลับมาทุกเดือน แต่การลงทุนแบบนี้คุณควรต้องมองดูทำเลที่ดีและพิจารณากลุ่มผู้เช่าด้วยว่า พื้นที่บริเวณนี้มีความต้องการเช่าเพื่ออยู่อาศัยมากน้อยเพียงใด เพราะจะทำให้คุณสามารถประมาณการเรื่องรายรับในแต่ละเดือนและจำนวนผู้เช่าได้ หากคุณละเลยในข้อนี้ไปแน่นอนว่าคุณอาจขาดทุนหรือไม่สามารถสร้างผลกำไรได้มากพอตามที่คุณต้องการเพราะฉะนั้นก่อนที่จะเริ่มลงมือสร้างควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบเสียก่อน รวมทั้งการดูแลอสังหาริมทรัพย์ให้มีความพร้อมที่จะปล่อยเช่าอยู่เสมอเพราะถ้าคุณไม่หมั่นบำรุงรักษาสภาพให้ดูดี ผู้เช่าก็ไม่อยากจะเข้ามาอยู่อาศัยสุดท้ายคุณก็จะไม่มีผู้มาเช่าอีกเลย

  1. การปล่อยเช่ารายวัน

เมื่อสมัยก่อนการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้าน คอนโด ห้องเช่า อพาร์เม้นท์จะจำกัดแค่เป็นการเช่าแบบรายเดือนเท่านั้น แต่เนื่องจากปัจจุบันเริ่มมีการหันมาปล่อยเช่าแบบรายวันเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนที่ต้องการที่พักอาศัยแบบชั่วคราวเท่านั้น หากคุณต้องการทำธุรกิจปล่อยเช่าประเภทนี้คุณต้องมั่นใจก่อนว่า อสังหาริมทรัพย์ของคุณอยู่ในทำเลที่ดีพอหรือเปล่า มีผู้คนหมุนเวียนเดินทางไปมาได้อย่างสะดวกด้วยหรือไม่ เพราะการปล่อยเช่าแบบรายวันก็ถือว่าเป็นช่องทางหนึ่งที่คุณสามารถสร้างเงินจากอสังหาริมทรัพย์แบบเห็นกำไรได้อย่างชัดเจน

การสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นถ้าคุณจับทิศทางได้ถูกคุณก็จะสามารถสร้างกำไรจากการลงทุนได้อย่างแน่นอน แต่อย่าลืมว่าก่อนที่จะเริ่มดำเนินการควรต้องศึกษาข้อมูลให้ดีคำนวนถึงผลได้ผลเสียเพราะการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อาจจะดูเหมือนลงทุนไม่มากแต่ก็ไม่น้อยเช่นกัน ทางที่ดีก็ลองปรึกษาผู้ที่ทำธุรกิจปล่อยเช่ามาก่อนเพื่อจะได้วิเคราะห์ถึงผลได้ผลเสียและกำไรขาดทุนต่างๆดีกว่าคะ

กฎหมายควรรู้ก่อนลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

Real Estate

สำหรับใครที่สนใจลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นอกจากจะเรียนรู้ถึงเทคนิคต่างๆแล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการเรียนรู้เกี่ยวกับกฎหมายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะการทำนิติกรรมต่างๆต้องมีเรื่องของกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องทุกครั้ง ดังนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเรียนรู้เพื่อที่จะช่วยเอื้อประโยชน์และป้องกันปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจได้ แต่การที่เราต้องมาเรียนรู้ตัวบทกฎหมายทั้งหมดอาจจะดูยุ่งยากจนเกินไป การเรียนรู้แค่ประเด็นสำคัญก็คงเพียงพอที่จะรักษาผลประโยชน์ในการลงทุนได้

  1. อสังหาริมทรัพย์ ประกอบไปด้วย ที่ดินกับทรัพย์ที่ติดกับที่ดินในลักษณะเป็นการถาวรหรือรวมเป็นอันเดียวกับที่ดิน หรืออาจจะหมายถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวกับที่ดิน ทรัพย์ที่ติดอยู่กับที่ดิน
  2. อสังหาริมทรัพย์ต้องมีเจ้าของ ปกติแล้วอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายในราชอาณาจักรประเภทที่เป็นที่ดินทั้งหมดจะถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ ซึ่งรัฐก็ได้เปิดโอกาสให้เอกชนเข้าถือครองเป็นเจ้าของในกรรมสิทธิ์ที่ดินได้
  3. การกระทำนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการซื้อขาย แลกเปลี่ยน จำนอง โอนกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ ผู้ที่ทำนิติกรรมจะต้องทำเป็นหนังสือและดำเนินการจดทะเบียนต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ มิเช่นนั้นแล้วการกระทำในนิติกรรมดังกล่าวจะถือว่าเป็นโมฆะ
  4. กรรมสิทธิ์ คือการถือสิทธิในการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน
  5. สิทธิครอบครอง หมายถึงสิทธิที่ยึดถือครอบครองทรัพย์สินไว้เพื่อตน เช่น ผู้เช่าบ้านย่อมมีสิทธิครอบครองในบ้าน แต่กรรมสิทธิ์ยังถือว่าเป็นของเจ้าบ้านอยู่
  6. ภาวะจำยอม คือการที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องแบกรับภาระบางอย่างที่จะกระทบกับทรัพย์สินของตนเอง หรือต้องงดเว้นในการใช้สิทธิบางอย่างซึ่งในความเป็นจริงตนควรที่จะมีสิทธิอยู่แต่ต้องงดเว้นไปก่อนชั่วคราว
  7. สิทธิอาศัย คือสิทธิที่จะได้อยู่ในที่พักอาศัยของผู้อื่นโดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าเช่าหรือได้รับผลประโยชน์อื่นใดตอบแทนจากการให้เข้าอยู่อาศัย
  8. สิทธิเก็บเงิน คือสิทธิในการเข้าครอบครองใช้และถือเอาประโยชน์ที่ได้จากอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น ด้วยการจ่ายค่าเช่าหรือจะเป็นรูปแบบของผลประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ก็ได้
  9. ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ คือการที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าของครอบครองอสังหาริมทรัพย์ แต่มีสิทธิที่จะต้องชำระหนี้เป็นคราวๆในทรัพย์สินนั้น หรือได้โอกาสใช้ตลอดจนถือเอาซึ่งประโยชน์แห่งทรัพย์สินนั้นตามที่ได้มีการระบุเอาไว้
  10. จำนอง หมายถึงการนำเอาอสังหาริมทรัพย์มาจดทะเบียนเป็นหลักประกันเรื่องการชำระหนี้

จาก 10 ข้อดังกล่าวข้างต้นเป็นประเด็นกฎหมายควรรู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ฉะนั้นเมื่อนักลงทุนมีความรู้มากพอในกฎหมายก็จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ และยังช่วยป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดจากความไม่เข้าใจในกฎหมายด้วยก็ได้