หาเงินง่ายๆ กับอสังหาริมทรัพย์ 2017

ทรัพ

ทุกวันนี้การลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด ที่ดิน อาคารพาณิชย์ ทาวน์โฮม และอื่นๆ อีกมากมายกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งนักลงทุนหน้าเก่าและนักลงทุนหน้าใหม่ต่างก็ให้ความสนใจกับการลงทุนในด้านนี้กันเยอะขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์สามารถทำเงินเข้ากระเป๋าให้กับผู้ลงทุนได้ในจำนวนมากหากเปรียบเทียบกับการลงทุนใสด้านอื่นๆ ที่สำคัญหากคุณรู้วิธีการลงทุนที่ถูกต้องการลงทุนแค่เงินไม่เท่าไหร่แต่สามารถทำกำไรได้หลายเท่าตัวก็มี ซึ่งในปี 2017 ก็มีการลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจอยู่หลายวิธีเหมือนกัน

การลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ปี 2017 เพื่อหาเงินแบบง่ายๆ

  1. การลงทุนเพื่อปล่อยเช่าแบบรายวันและรายเดือน – ถือว่าเป็นการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์แบบพื้นฐานที่ไม่ว่าจะผ่านมานานกี่ปีก็ยังคงสามารถใช้หลักการลงทุนนี้ได้อยู่เสมอ คล้ายกับว่าเป็นเสือนอนกินก็ไม่ปาน อย่างไรก็ตามการลงทุนเพื่อปล่อยเช่าทั้งแบบรายวันและรายเดือนปัจจัยสำคัญที่ต้องคิดให้เยอะที่สุดคือเรื่องของทำเลที่ตั้ง เพราะหากอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนไปเป็นทำเลดีก็คุ้มค่าที่มีคนมาให้เช่าอย่างแน่นอน
  2. การลงทุนสำหรับการเก็งกำไร – ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์มือใหม่ หลักการที่ง่ายที่สุดคือแค่ซื้อใบจองจากนั้นก็ปล่อยขายออกไปเท่านี้ก็มีกำไรแล้ว อ่านดูเหมือนง่ายแต่จริงๆ การลงทุนด้วยวิธีนี้ควรมีการเรียนรู้โดยเฉพาะเรื่องทำเลเป็นสิ่งสำคัญมาก ทำเลต้องมีความน่าสนใจ ชื่อโครงการที่ลงทุนต้องขายได้ รู้จักวงรอบในการทำกำไรหรือเรียกว่าช่วงเวลาของราคา โดยแต่ละช่วงจะทำกำไรได้ต่างกันด้วย
  3. การลงทุนโดยการซ่อมแล้วปล่อยขาย – วิธีนี้เข้าใจง่ายๆ ก็คือเหมือนกับว่าอาจเจอบ้านสักหลังที่ราคาไม่แพงจากนั้นก็มีการมาประดับตกแต่งใหม่ ซ่อมแซมใหม่ แล้วปล่อยขายต่อ แต่วิธีการนี้สิ่งที่จะทำให้เราได้กำไรก็คือต้องรู้จักหาทรัพย์สินที่นำมาซ่อมด้วยราคาถูกกว่าปกติ พร้อมทั้งมีการสร้างไอเดียที่น่าสนใจจะยิ่งทำให้ขายได้ราคามากขึ้น
  4. การลงทุนด้วยการเป็นนายหน้า – วิธีการง่ายๆ ก็คือหาผู้ซื้อและหาผู้ขายให้มาเจอกันด้วยตัวเราเอง ส่วนมากรายได้ลักษณะนี้จะอยู่ราว 2-4% ของราคาขาย นอกจากนี้การตกลงตามสัญญาก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วย
  5. การลงทุนกับกองทุน – กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จัดเป็นกองทุนประเภทหนึ่งที่ผู้จัดการกองทุนมีการระดมกองทุนด้วยการขายหน่วยลงทุน ก่อนจะนำเงินทุนไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือหลักทรัพย์ที่มีความเกี่ยวข้องอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จากนั้นจะมีการแบ่งเงินปันผลให้กับผู้ลงทุน

ส่องข้อดีและข้อเสียของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามแต่ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสียเป็นเรื่องปกติ ขึ้นอยู่กับมุมมองประสบการณ์ของแต่ละคนที่พบเจอว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ก็เช่นเดียวกันยิ่งขึ้นชื่อว่าการลงทุนแล้วด้วยเหนือสิ่งอื่นใดควรต้องมีการศึกษารายละเอียดต่างๆ ให้ครบถ้วนก่อนการตัดสินใจเสมอเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาในภายหลัง ซี่งหากใครกำลังคิดจะลงทุนเกี่ยวกับเรื่องนี้ลองมาดูข้อดีและข้อเสียของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ว่ามีอะไรบ้าง

ข้อดีของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

  1. สร้างผลตอบแทนหลายช่องทาง – ไม่ใช่แค่การซื้อมาขายไปแต่ยังสามารถปล่อยเช่าเพื่อเก็บเป็นรายได้รายเดือนได้อีก ที่สำคัญราคาเช่าสามารถขึ้นได้อย่างน้อย 3-5 ต่อครั้งก็ยิ่งสร้างมูลค่าได้มากขึ้นไปอีก หรือหากระยะยาวเมื่อต้องการขายก็เท่ากับว่าได้กำไร 2 ต่อ
  2. ใช้เงินคนอื่นลงทุนได้ – นี่เป็นข้อได้เปรียบที่ชัดเจน เงินคนอื่นที่ว่าก็คือ เงินจากธนาคารที่บางคนสามารถกู้ได้เกือบ 100% ซึ่งไม่ต้องเอาเงินตัวเองไปลงทุน
  3. ความผันผวนมีน้อย – การขึ้นลงของราคาอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่ว่าวันนี้ขึ้นพรุ่งนี้ลง แต่สิ่งเหล่านี้ใช้เวลาเป็นปีๆ ไม่เหมือนการเล่นหุ้นที่ต้องลุ้นกันวันต่อวัน แต่ที่สำคัญก่อนการตัดสินใจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ต้องศึกษารายละเอียดให้ดีโดยเฉพาะเรื่องทำเล
  4. มีธุรกิจส่วนตัว – ต่อให้จะเป็นพนักงานบริษัทแต่การลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ก็คล้ายกับการมีธุรกิจส่วนตัว เพราะสามารถควบคุมและกำหนดรายรับ รายจ่าย พร้อมกับจัดการปัญหาต่างๆ ด้วยตนเองได้
  5. เรื่องภาษี – สามารถเอาดอกเบี้ยเงินกู้บ้านลดหย่อนภาษีได้, สามารถหักค่าเสื่อมตามระยะเวลาได้, หากขายบ้านที่เป็นเจ้าของเกิน 5 ปี ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

ข้อเสียของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

  1. สภาพคล่องไม่ค่อยดี – หมายถึงการเปลี่ยนทรัพย์สินเป็นเงินสดเนื่องจากว่าอสังหาริมทรัพย์เวลาจะเปลี่ยนต้องใช้เงินก้อนใหญ่และมีระยะเวลา ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ภายในวันสองวัน หากใครร้อนเงินก็ใช้งานได้ลำบาก
  2. ถือว่าเป็นการลงทุนระยะยาว – ความหมายเดียวกันคือราคาของอสังหาริมทรัพย์ต้องใช้เวลานานกว่ามูลค่าจะเพิ่มขึ้น คนที่ชอบการเก็งกำไรระยะสั้นไม่สามารถลงทุนพวกนี้ได้แน่นอนเพราะจะไม่คุ้มค่าเลย
  3. ใช้เวลานานกว่าจะเจอของที่ดี – ทั้งเรื่องทำเล มูลค่าของทรัพย์สิน และเรื่องอื่นๆ จิปาถะ จำเป็นต้องใช้เวลานานกว่าจะเจอสิ่งที่ดีที่สุดในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ หรือบางคนลงทุนมานานแต่ก็ยังไม่เจอที่ดีที่สุดเลย
  4. มีค่าซ่อมแซมสูง – อสังหาริมทรัพย์อย่างบ้าน, คอนโด, ทาวน์โฮม, อาคารพาณิชย์ จำเป็นต้องได้รับการดูแลเสมอ เพราะฉะนั้นหากมีความเสียหายก็ต้องมีการซ่อมแซมด้วยเช่นเดียวกัน

เงินลงทุนสูง ถอนตัวลำบาก – ด้วยความที่เงินลงทุนสูงหากใครคิดเลิกกลางคันรับรองขาดทุนย่อยยับเผลอๆ เป็นหนี้สินอีกต่างหาก

ธุรกิจขายของออนไลน์อะไรที่น่าจับตามองในตอนนี้

ขายของออนไลน์ง่ายๆ

ทุกวันนี้อินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทกับการใช้ชีวิตของคนเรามากยิ่งขึ้น นั่นส่งผลให้วิถีชีวิตของคนจำนวนไม่น้อยเปลี่ยนแปลงไป คล้ายกับว่าเมื่อมีอินเตอร์เน็ตเข้ามาความสะดวกสบายในการทำสิ่งต่างๆ ก็ตามมาด้วยเช่นเดียวกัน อย่างเรื่องของการทำธุรกิจที่สมัยก่อนกว่าจะเริ่มต้นทำกันได้ต้องหาช่องทางการสร้างธุรกิจ ช่องทางการขาย การติดต่อลูกค้าอย่างยากลำบาก ทว่าทุกวันนี้เราสามารถใช้ช่องทางออนไลน์ในการสร้างธุรกิจขึ้นมาได้ง่ายๆ บางคนรวยด้วยการขายของออนไลน์ก็มีให้เห็นเยอะแยะไป ว่าแล้วก็ลองมาดูธุรกิจขายของออนไลน์ที่น่าจับตามองในเวลานี้ว่ามีอะไรกันบ้าง

ธุรกิจขายของออนไลน์ที่น่าจับตามองในตอนนี้

  1. ธุรกิจอาหารออนไลน์ – เป็นธุรกิจขายของออนไลน์ที่ต้องถือว่ากำลังได้รับความนิยมแบบสุดๆ ด้วยความที่อาหารคือสิ่งที่คนเราต้องทานกันอยู่เป็นประจำทุกวันมันคงเป็นเรื่องที่สะดวกเอามากๆ ถ้าหากว่าเราสามารถสั่งอาหารได้ทั้งๆ ที่เราอยู่กับบ้านโดยไม่ต้องออกไปนอกบ้านให้เหนื่อยล้า ยิ่งทุกวันนี้อาหารหลากหลายประเภทมีบรรจุภัณฑ์ที่สามารถส่งให้กับผู้บริโภคได้โดยที่สภาพอาหารยังคงรูปสวยงามน่าทานก็ยิ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคนี้ได้อย่างดีที่สุด
  2. เครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว – ถือเป็นธุรกิจที่ยังคงได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ไม่เปลี่ยนแปลงสำหรับธุรกิจประเภทเครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว และเครื่องประทินผิวทุกรูปแบบ ด้วยความที่สินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าที่ใช้แล้วหมดไปหากถูกใจต้องมีการสั่งซื้อเรื่อยๆ หากว่าการสั่งซื้อยากลำบากก็คงไม่มีใครอยากใช้งานเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นการสั่งซื้อออนไลน์มันช่างมีความสะดวกสบายเหลือเกินจึงทำให้ได้รับความนิยมเสมอมา
  3. สินค้าสำหรับคนรักสุขภาพ – ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน, กลูต้า, อาหารเสริมต่างๆ หรือแม้แต่สินค้าจำพวกอาหารคลีน ก็เป็นสินค้าที่สามารถทำรายได้บนโลกออนไลน์ได้อย่างงดงามไม่แพ้กัน ด้วยความที่คนยุคนี้ใส่ใจกับเรื่องสุขภาพมากขึ้นแต่ก็มีเวลาในการออกกำลังกายน้อย การใช้ตัวช่วยเหล่านี้จึงเป็นอีกทางออกสำหรับพวกเขานั่นเอง
  4. สินค้ามือสอง – คำว่าสินค้ามือสองคือภาพรวมที่สามารถนำไปต่อยอดได้อย่างหลากหลายแต่เมื่อนำมาขายบนโลกออนไลน์แล้วถือว่านี่เป็นสินค้าที่สร้างรายได้ได้อย่างงดงาม อย่าลืมว่าแม้จะเป็นสินค้ามือสองแต่หากมียี่ห้อ คุณภาพดี ก็ยังคงได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าเสมอ เมื่อบวกกับความที่ลูกค้าไม่ต้องออกไปเดินหาเองให้เหนื่อยก็ยิ่งทำให้การขายผ่านโลกออนไลน์สร้างความสะดวกในการเลือกซื้อให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดีที่สุด เรียกว่าขายได้ทุกอย่างจริงๆ

ธุรกิจสัตว์เลี้ยงรายได้ดีมีอะไรบ้าง

cafedog

สัตว์เลี้ยงถือเป็นเพื่อนรักของคนเรามาอย่างยาวนาน หลายคนชื่นชอบการเลี้ยงสัตว์เหล่านี้เพื่อเอาไว้คลายเหงา สร้างความสุขให้กับตนเอง รวมไปถึงยังสามารถใช้ประโยชน์จากสัตว์เลี้ยงหลายชนิดได้ อาทิ เลี้ยงสุนัขไว้ให้คอยเฝ้าบ้าน, เลี้ยงแมวไว้ให้คอยจับหนู, เลี้ยงปลาเพื่อเอาไว้กินลูกน้ำ เป็นต้น จากความนิยมในการเลี้ยงสัตว์ก่อให้เกิดอาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงมากมาย และแต่ละธุรกิจเองก็สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว

ธุรกิจสำหรับสัตว์เลี้ยงที่สร้างรายได้เป็นอย่างดี

  1. เสื้อผ้าและเครื่องประดับสัตว์เลี้ยง – จัดเป็นธุรกิจลำดับต้นๆ ที่คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเมื่อมีความคิดจะทำธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เราจะเห็นว่าคนที่รักสัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนกับสมาชิกในบ้านก็จะมีการซื้อสิ่งของต่างๆ เหมือนกับคนในครอบครัวจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า, กิ๊บติดขน เป็นต้น นอกจากนี้ยังทำให้สัตว์เลี้ยงดูน่ารักอีกด้วย จึงเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ
  2. บริการรักฝากสัตว์เลี้ยง – ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการรับฝากสุนัขหรือแมวมากกว่าสัตว์ประเภทอื่น เพราะสัตว์สองประเภทนี้เป็นสัตว์ที่นิยมเลี้ยงมากที่สุดแถมในบางครั้งเวลาที่ต้องเดินทางไหนไม่สามารถนำไปด้วยได้จึงต้องฝากบริการเหล่านี้เอาไว้ อีกทั้งเจ้าของเองยังรู้สึกปลอดภัยที่ไม่ต้องปล่อยให้สัตว์เลี้ยงแสนรักอยู่ตามลำพังด้วย ปกติมีทั้งการรับฝากรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน แล้วแต่จะตกลงกันได้เลย แต่คนที่ทำธุรกิจประเภทนี้ต้องรักสัตว์มากพอสมควร
  3. ขายอาหารและของเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยง – เป็นอีกประเภทธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการได้อย่างมหาศาลเพราะสัตว์เลี้ยงก็ต้องการอาหาร ขนม ของเล่นไม่ต่างจากคน เพราะฉะนั้นยิ่งมีตัวเลือกสินค้าเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งได้รับความนิยมมากกว่าร้านอื่นๆ เป็นธุรกิจที่อยู่คู่กับการเลี้ยงสัตว์มาอย่างยาวนานและยังคงได้รับความนิยมมาตลอด
  4. คาเฟ่สัตว์เลี้ยง – เป็นธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในเวลานี้ สไตล์การทำธุรกิจก็เหมือนกับทำร้านอาหาร ร้านขนมแบบชิลล์ๆ แต่มีความน่าสนใจมากกว่าร้านทั่วไปคือจะมีสัตว์เลี้ยงมาสร้างความน่ารักให้กับลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นสุนัขกับแมว ถือว่าเป็นธุรกิจที่ทำเงินได้เป็นอย่างดีเหมือนกัน
  5. สถานที่ออกกำลังกายสำหรับสัตว์เลี้ยง – เป็นธุรกิจที่น่าสนใจไม่น้อยด้วยคนในยุคนี้มักนิยมซื้อบ้านหรือคอนโดที่พื้นที่น้อย เมื่อเป็นเช่นนี้การเลี้ยงสัตว์สำหรับหลายคนแม้ต้องการให้มีพื้นที่วิ่งเล่นแต่ก็หาไม่ได้หรือบางคนอยากให้สัตว์เลี้ยงแสนรักได้ว่ายน้ำเล่นก็ทำไม่ได้ การสร้างธุรกิจนี้ขึ้นมาจึงตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตามองในยุคนี้

อหังสริมทรัพ

แม้ว่าเศรษฐกิจในหลายๆ วงการอาจยังดูไม่ค่อยน่าลงทุนสักเท่าไหร่นักแต่ถ้าหากเป็นเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ต้องบอกเลยว่ายุคนี้ยังคงเป็นยุคแห่งการลงทุนที่น่าสนใจในด้านนี้ขนานแท้ จุดเด่นสำคัญของการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ก็คือยิ่งปล่อยไว้ในระยะยาวยิ่งได้ผลกำไรกลับคืนมามากขึ้นเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้ที่คิดลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์จึงจำเป็นต้องหวังผลในระยะยาวด้วยเช่นเดียวกัน ว่าแล้วก็ลองมาดูว่าในยุคนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตามอง มีความน่าสนใจต่อการลงทุน มีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบไหนบ้าง

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์น่าจับตามองในยุคนี้

  1. ที่ดินเปล่า – ยังคงเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุนอยู่เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานขนาดไหนก็ตาม ด้วยความที่การลงทุนกับที่ดินเปล่าในยุคนี้ยิ่งมีความคุ้มค่ามากขึ้นไปอีกเมื่อคนเราเริ่มที่จะมีการขยับขยายต้องการพื้นที่สำหรับสร้างโปรเจกต์ต่างๆ ของตนเอง เพราะฉะนั้นหากใครมีพื้นที่ดินเปล่าๆ เยอะนั่นหมายถึงว่าโอกาสเก็งกำไรให้ได้ราคาก็มีสูง นอกจากนี้ที่ดินเปล่าหากอยู่ในพื้นที่ทำเลทองราคาจะขึ้นเร็วแบบสุดๆ
  2. คอนโดมีเนียม – ยุคนี้คนในสังคมเมืองนิยมชมชอบการอยู่คอนโดมากเนื่องจากคอนโดส่วนใหญ่ถูกสร้างให้อยู่ในตัวเมือง ทำให้สะดวกสบายต่อการเดินทางเมื่อเป็นเช่นนี้การลงทุนซื้อห้องชุดคอนโดในทำเลที่มีความน่าสนใจ อาทิ ติดรถไฟฟ้า, ติดริมแม่น้ำ แล้วปล่อยให้เช่าก็ถือว่าเป็นการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ดีไม่น้อย ยิ่งทุกวันนี้คนในเมืองกรุงมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การลงทุนกับคอนโดจึงมีความน่าสนใจมาก
  3. ทาวน์โฮม – จะมีความใกล้เคียงกับการลงทุนคอนโดแต่ความต่างของการลงทุนกับทาวน์โฮมก็คือไม่จำเป็นต้องอยู่ในตัวเมืองและกลุ่มเป้าหมายไม่จำเป็นต้องคนเมืองแต่การลงทุนกับทาวน์โฮมแล้วปล่อยให้เช่าจะได้กลุ่มเป้าหมายที่เป็นครอบครัวหรือคนที่ต้องการทำธุรกิจขนาดเล็กเช่าไว้เป็นออฟฟิศ ยิ่งหากเป็นทาวน์โฮมที่มีพื้นที่เยอะยิ่งได้รับความนิยมมาก
  4. อาคารพาณิชย์ – นี่ก็ยังคงเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุนเสมอโดยเฉพาะอาคารพาณิชย์ที่มีทำเลติดถนนใหญ่หรือผู้คนสัญจรไปมาเยอะแยะยิ่งเป็นทำเลทองที่มีแต่คนต้องการ สามารถทำธุรกิจการค้าเองได้หรือปล่อยให้เช่าก็ไม่ใช่ปัญหาในการหาเงินกับอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้
  5. อพาร์ทเมนต์ – จะมีความแตกต่างจากคอนโดตรงที่กลุ่มเป้าหมายไม่ได้จำกัดแค่การอยู่ในเมือง การลงทุนกับอพาร์ทเมนต์แล้วปล่อยให้เช่าสามารถทำกำไรได้อย่างมากมายคล้ายกับว่าลงทุนแค่ครั้งเดียวก็สามารถรอเก็บเงินรายเดือนหรือรายวันได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องเหนื่อยหรือยุ่งยากในการจัดการใดๆ มากนัก จัดเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุนไม่น้อย

 

จับตามองธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในยุค 4.0

Thailand ในยุค 4.0 คือยุคแห่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมที่มีการเติบโตอย่างเต็มที่ในกลุ่มของเทคโนโลยี อุตสาหกรรม และธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งยุคนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นยุคของเทคโนโลยีดิจิตอลสร้างบทบาทในทางธุรกิจของนวัตกรรมที่อยู่อาศัยอย่างก้าวล้ำนำสมัย เพื่อต่อยอดไปสู่การตอบโจทย์ผู้คนด้านที่อยู่อาศัย จึงทำให้เกิดช่องทางการสร้างรายได้ใหม่ๆเพื่อจะได้แย่งชิงความเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ด้วยการใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนความก้าวหน้าและพัฒนาไปอย่างไม่หยุดนิ่ง รวมทั้งการสร้างความโดดเด่นและแตกต่างออกมา เช่น วิธีการก่อสร้าง การออกแบบ สิ่งอำนวยความสะดวก เป็นต้น

อสังหาริมทรัพย์ในยุค 4.0 เกิดความเปลี่ยนแปลงกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ของผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายการ ยกตัวอย่างเช่น การร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อย่าง “แสนสิริ” กับผู้ร่วมทุนอย่าง “ธนาคารไทยพาณิชย์” จับมือกันก่อตั้ง “บริษัท สิริ เวนเจอร์ จำกัด” โดยมีการถือหุ้นในสัดส่วน 90 : 10 ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท เพื่อเป็นการวางกลยุทธ์และปรับเปลี่ยนรูปแบบการตลาดอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ๆ เป็นการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ในการใช้ชีวิตบนที่อยู่อาศัยในอนาคต (Property Technology) เติมเต็มชีวิตในรูปแบบของคนเมือง นอกจากนั้นยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยการมอบเงินทุนสนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมที่อยู่อาศัยของกลุ่มธุรกิจ Startup รุ่นใหม่

ซึ่งนอกจากบริษัทแสนสิริจะจับมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ยังมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายอื่นๆอีกที่พร้อมใจการนำเทรนด์อสังหาริมทรัพย์ 4.0 เช่น “ เอพี ไทยแลนด์” ได้นำนวัตกรรมด้านที่อยู่อาศัย “เอพี ดิจิตอล คอมมูนิตี้” มาใช้ภายใต้แนวความคิดที่ว่า “ loT ( Internet of Thing)” เพื่อให้อุปกรณ์ต่างๆภายในบ้านสื่อสารถึงกันได้ด้วยระบบสุดแสนจะไฮเทค และยังมีทาง “เอสซี แอสเสท” พร้อมใจขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการใช้กลวิธี 4.0 ในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีผสมผสานกันเพื่อพัฒนาในด้านผลิตภัณฑ์และการบริการ ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ Human-Centric” เพื่อนำไปร่วมทุนกับกลุ่มสตาร์ทอัพทั้งในประเทศและต่างประเทศ นำสิ่งที่คิดค้นพัฒนาขึ้นมาได้ไปใช้ในโลกอนาคตที่เต็มไปด้วยความนำสมัย

นี่เป็นแค่ตัวอย่างส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการที่เป็นรายใหญ่ของประเทศในการตื่นตัวที่จะขับเคลื่อนธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยเข้าสู่ยุค 4.0 อย่างเต็มตัว ยังมีผู้ประกอบการอีกหลายรายที่พร้อมใจกันพัฒนาธุรกิจมองหาทุนจากแหล่งเงินทุนต่างๆที่มองเห็นโอกาสในอนาคต และยังร่วมกันสนับสนุนกลุ่ม Startup เพื่อเสริมศักยภาพให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ได้สร้างโอกาสในการนำเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาใช้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น รวมทั้งเป็นการช่วยให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความคึกคัก น่าสนใจ และเป็นแรงผลักดันประเทศไทยให้เข้าสู่ยุคดิจิตอลหรืออสังหาริมทรัพย์ 4.0 อย่างมั่นคง

3 สุดยอดเว็บที่มาช่วยคุณเรื่องการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

ในเวลานี้ธุรกิจที่สามารถทำเงินให้กับผู้ลงทุนจนสามารถเห็นผลกำไรได้อย่างชัดเจนคงไม่พ้นการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และที่ดิน ถือได้ว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งของนักลงทุนที่ชื่นชอบการเก็งกำไรจากการซื้อ-ขาย หรือจัดหาที่ดินต่างๆ รวมทั้งพร้อมรับมือกับความเสี่ยงต่างๆได้เป็นอย่างดี แต่คงยังมีนักธุรกิจหน้าใหม่ที่ต้องการเริ่มเข้ามาลงทุนในธุรกิจประเภทนี้แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน ขอแนะนำเลยว่าการเริ่มต้นจากการหาข้อมูลในเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ก่อนเป็นอันดับแรกจะดีที่สุด เพราะในเว็บไซต์จะมีการแนะนำและวิเคราะห์ชี้แจงรายละเอียดต่างๆให้คุณได้อย่างแม่นยำ เรามาดูกันดีกว่าว่า 3 เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ แล้วมีคนนิยมเข้าไปเยี่ยมชมมากที่สุดมีอะไรกันบ้างคะ

  1. landivestingthai.com เป็นเว็บไซต์บทความที่แนะนำการลงทุนเกี่ยวกับบ้านและที่ดินจากหลายๆแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ รวมทั้งวิธีการขั้นตอนต่างๆในการเลือกซื้อ-ขายบ้าน, การเลือกซื้อ-ขายที่ดิน และการวางแผนเพื่อการลงทุนรวมทั้งวิเคราะห์ความเสี่ยงต่างๆให้กับคุณอย่างละเอียด ที่สำคัญยังมีเทคนิคดีๆที่จะช่วยให้คุณขอสินเชื่อกับธนาคารได้ง่ายยิ่งกว่าการปอกกล้วยเข้าไปเสียอีก
  2. realist.co.th เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมแหล่งข้อมูลของโครงการบ้านและที่อยู่อาศัย โดยในเว็บมีการจัดแบ่งหมวดหมู่แยกตามแต่ละเจ้าของโครงการ รวมทั้งแยกประเภทของอสังหาริมทรัพย์ให้อย่างละเอียด นอกจากนั้นแล้วคุณสามารถเลือกดูการวิเคราะห์ที่เป็นรายโครงการ และยังเข้าไปดูในระบบสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐานของแต่ละโครงการได้อีกด้วย เรียกว่าได้เข้าไปดูเว็บนี้เพียงเว็บเดียวเหมือนกับว่าได้ดูโครงการบ้านและที่อยู่อาศัยได้ทั่วประเทศ
  3. cbre.co.th ใครที่ต้องการอยากรับคำปรึกษาในเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ของไทยก็ต้องเข้าไปสอบถามได้ที่เว็บนี้ เพราะทางเว็บมีให้บริการด้านการเป็นตัวแทนในการซื้อ-ขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทที่คุณสนใจ ไม่เพียงแต่ให้คำปรึกษาเพียงแค่ด้านการซื้อขายเท่านั้น ยังมีบริการปรึกษาด้านการลงทุนสำหรับผู้ที่สนใจอยากลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การวิจัยตลาดให้เหมาะสมกับธุรกิจที่คุณต้องการลงทุน การประเมินราคาทรัพย์สิน เข้าเว็บนี้เว็บเดียวเหมือนคุณมีที่ปรึกษาส่วนตัวด้านอสังหาริมทรัพย์เพราะเว็บนี้มีบริการครบวงจรจริงๆ

จากเว็บที่เราแนะนำมาให้ 3 เว็บนี้เป็นเว็บที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด ที่คุณสามารถเข้าไปศึกษาหาข้อมูลได้ด้วยตนเอง และนอกจากคุณจะหาข้อมูลด้านการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ได้แล้ว คุณยังได้ข้อมูลอื่นๆเช่นการยื่นกู้ขอสินเชื่ออีกด้วย เป็นการช่วยอำนวยความสะดวกอย่างมากคะ

ข้อควรรู้ก่อนคิดลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ปัจจุบันต้องยอมรับว่าการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นสิ่งที่เย้ายวนนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อมาเพื่อปล่อยเช่าหรือเก็งกำไรขายต่อ จึงทำให้มีนักลงทุนหน้าใหม่หมุนเวียนเข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะทำกำไรให้อย่างงอกงาม แต่ใช่ว่าธุรกิจอสังหาริมท      รัพย์จะทำให้ทุกคนรวยเหมือนกันเสมอไป ยังมีข้อที่ควรรู้และต้องระวังอยู่ด้วยเช่นกัน เรามาดูกันดีกว่าว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่นักลงทุนหน้าใหม่ต้องระวังไว้

  1. จังหวะลงทุนที่ดีในช่วงที่เกิดภาวะวิกฤต

เพราะในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจจะเป็นช่วงเวลาที่ราคาสินทรัพย์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นที่ดิน ที่พักอาศัย ตลาดหุ้น ต่างพากันลดราคาให้ถูกกว่าราคาที่ตั้งปกติ เนื่องจากเกิดภาวะที่ผู้คนเริ่มขาดสภาพคล่องทางการเงินจำใจต้องขายทรัพย์สินบางส่วนออกฉะนั้นคนที่มีเงินสดหรือมีสภาพคล่องที่ดีก็จะได้เปรียบขึ้นมาทันที ขณะเดียวกันผู้ที่เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากก็อาจจะเป็นเกิดภาวะวิกฤตเองด้วยเช่นกัน

  1. อสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่เป็น Passive Income เสมอไป

แนวคิดเรื่องการลงทุนและการสร้างอิสรภาพทางการเงินเพื่อใช้เป็นรายได้หลังจากเกษียณหรือ Passive Income ด้วยการปล่อยอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าก็ใช่ว่าจะอยู่เฉยๆแล้วมีรายได้เข้ามา เจ้าของจำเป็นต้องออกแรงในการดูแลทรัพย์สินและต้องผู้เช่าอย่างต่อเนื่องเพราะถ้าขาดผู้เช่าเมื่อไหร่ย่อมหมายถึงการสูญเสียรายได้อย่างแน่นอน

  1. ลงทุนอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ใช่เงินตนเอง อาจเกิดความเสี่ยง

หากใครเคยได้ยินว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่จำเป็นต้องใช้เงินตนเอง อาจไม่ใช่เสมอไปเพราะการเปลี่ยนมือก่อนที่จะมีการโอนหรือซื้อขายในใบจอง ในภาวะที่ตลาดมีสภาพคล่องสูงหรือเศรษฐกิจดีอาจจะทำได้ แต่ถ้าเป็นช่วงที่เศรษฐกิจซบเซาวิธีการจับเสือมือเปล่าอาจจะไม่ได้ผลดีเสมอไปและก่อให้เกิดความเสี่ยงในกรณีที่ไม่สามารถเปลี่ยนมือได้

  1. ซื้อดินเก็บไว้ รออนาคตที่ดินขึ้นราคา

สำหรับผู้ที่มีเงินสำรองไว้แล้ว อาจจะสามารถซื้อที่ดินเก็บไว้ โดยมองไปถึงระยะยาวที่ดินก็จะราคาขึ้น แต่ใช่ว่าจะได้ผลกับที่ดินทุกแปลงเพราะศักยภาพของที่ดินแต่ละแปลงไม่เท่ากัน บางทำเลต้องใช้เวลานานมากกว่าที่ดินจะปรับตัวขึ้น ซึ่งอาจจะกลายเป็นค่าเสียโอกาสได้ ฉะนั้นการเลือกลงทุนกับที่ดินก็ควรพิจารณาเรื่องของทำเลไว้ด้วย

นี่อาจจะเป็นแค่ข้อควรระวังส่วนหนึ่งเท่านั้นสำหรับผู้ที่สนใจในการลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ขึ้นชื่อมีความเสี่ยงต่ำ แต่ในเมื่อขึ้นชื่อว่าการลงทุนแล้ว สิ่งที่ต้องคิดพิจารณาให้มากๆก็คือการบริหารความเสี่ยงอย่างไรให้ดีที่สุด และเจ็บตัวน้อยที่สุดด้วยคะ

การสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์

Real Estate

ในปัจจุบันนี้การลงทุนที่คนส่วนใหญ่สนใจอีกประเภทหนึ่งก็คงไม่พ้นการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน คอนโด บ้าน หรือทาวน์โฮม ล้วนแล้วแต่สร้างกำไรให้กับผู้ที่ลงทุนได้อย่างมากมาย สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการทำตลาดได้ง่าย ได้ผลกำไรมากกว่าการไปลงทุนทำธุรกิจอย่างอื่น ความเสี่ยงน้อยถ้าผู้ลงทุนมีความรู้วิธีและเทคนิคต่างๆ มากพอ ซึ่งถ้าพิจารณากันให้ลึกลงไปการสร้างรายได้ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่นิยมก็คือการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ ที่ใช้ทุนน้อยแต่ได้ผลกำไรตอบแทนดี อาทิเช่น

  1. การปล่อยเช่ารายเดือน

การลงทุนลักษณะนี้จะเป็นการลงทุนเพียงแค่ครั้งเดียวแต่ได้รับเงินต่อเนื่องเป็นรายเดือน เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการลงทุนขั้นพื้นฐาน อย่างเช่น การสร้างบ้าน คอนโด ห้องเช่าในพื้นที่ดินของคุณแล้วปล่อยให้คนมาเช่า เพียงแค่นี้คุณก็จะได้รายได้กลับมาทุกเดือน แต่การลงทุนแบบนี้คุณควรต้องมองดูทำเลที่ดีและพิจารณากลุ่มผู้เช่าด้วยว่า พื้นที่บริเวณนี้มีความต้องการเช่าเพื่ออยู่อาศัยมากน้อยเพียงใด เพราะจะทำให้คุณสามารถประมาณการเรื่องรายรับในแต่ละเดือนและจำนวนผู้เช่าได้ หากคุณละเลยในข้อนี้ไปแน่นอนว่าคุณอาจขาดทุนหรือไม่สามารถสร้างผลกำไรได้มากพอตามที่คุณต้องการเพราะฉะนั้นก่อนที่จะเริ่มลงมือสร้างควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบเสียก่อน รวมทั้งการดูแลอสังหาริมทรัพย์ให้มีความพร้อมที่จะปล่อยเช่าอยู่เสมอเพราะถ้าคุณไม่หมั่นบำรุงรักษาสภาพให้ดูดี ผู้เช่าก็ไม่อยากจะเข้ามาอยู่อาศัยสุดท้ายคุณก็จะไม่มีผู้มาเช่าอีกเลย

  1. การปล่อยเช่ารายวัน

เมื่อสมัยก่อนการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้าน คอนโด ห้องเช่า อพาร์เม้นท์จะจำกัดแค่เป็นการเช่าแบบรายเดือนเท่านั้น แต่เนื่องจากปัจจุบันเริ่มมีการหันมาปล่อยเช่าแบบรายวันเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนที่ต้องการที่พักอาศัยแบบชั่วคราวเท่านั้น หากคุณต้องการทำธุรกิจปล่อยเช่าประเภทนี้คุณต้องมั่นใจก่อนว่า อสังหาริมทรัพย์ของคุณอยู่ในทำเลที่ดีพอหรือเปล่า มีผู้คนหมุนเวียนเดินทางไปมาได้อย่างสะดวกด้วยหรือไม่ เพราะการปล่อยเช่าแบบรายวันก็ถือว่าเป็นช่องทางหนึ่งที่คุณสามารถสร้างเงินจากอสังหาริมทรัพย์แบบเห็นกำไรได้อย่างชัดเจน

การสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นถ้าคุณจับทิศทางได้ถูกคุณก็จะสามารถสร้างกำไรจากการลงทุนได้อย่างแน่นอน แต่อย่าลืมว่าก่อนที่จะเริ่มดำเนินการควรต้องศึกษาข้อมูลให้ดีคำนวนถึงผลได้ผลเสียเพราะการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อาจจะดูเหมือนลงทุนไม่มากแต่ก็ไม่น้อยเช่นกัน ทางที่ดีก็ลองปรึกษาผู้ที่ทำธุรกิจปล่อยเช่ามาก่อนเพื่อจะได้วิเคราะห์ถึงผลได้ผลเสียและกำไรขาดทุนต่างๆดีกว่าคะ

กฎหมายควรรู้ก่อนลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

Real Estate

สำหรับใครที่สนใจลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นอกจากจะเรียนรู้ถึงเทคนิคต่างๆแล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการเรียนรู้เกี่ยวกับกฎหมายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะการทำนิติกรรมต่างๆต้องมีเรื่องของกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องทุกครั้ง ดังนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเรียนรู้เพื่อที่จะช่วยเอื้อประโยชน์และป้องกันปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจได้ แต่การที่เราต้องมาเรียนรู้ตัวบทกฎหมายทั้งหมดอาจจะดูยุ่งยากจนเกินไป การเรียนรู้แค่ประเด็นสำคัญก็คงเพียงพอที่จะรักษาผลประโยชน์ในการลงทุนได้

  1. อสังหาริมทรัพย์ ประกอบไปด้วย ที่ดินกับทรัพย์ที่ติดกับที่ดินในลักษณะเป็นการถาวรหรือรวมเป็นอันเดียวกับที่ดิน หรืออาจจะหมายถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวกับที่ดิน ทรัพย์ที่ติดอยู่กับที่ดิน
  2. อสังหาริมทรัพย์ต้องมีเจ้าของ ปกติแล้วอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายในราชอาณาจักรประเภทที่เป็นที่ดินทั้งหมดจะถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ ซึ่งรัฐก็ได้เปิดโอกาสให้เอกชนเข้าถือครองเป็นเจ้าของในกรรมสิทธิ์ที่ดินได้
  3. การกระทำนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการซื้อขาย แลกเปลี่ยน จำนอง โอนกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ ผู้ที่ทำนิติกรรมจะต้องทำเป็นหนังสือและดำเนินการจดทะเบียนต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ มิเช่นนั้นแล้วการกระทำในนิติกรรมดังกล่าวจะถือว่าเป็นโมฆะ
  4. กรรมสิทธิ์ คือการถือสิทธิในการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน
  5. สิทธิครอบครอง หมายถึงสิทธิที่ยึดถือครอบครองทรัพย์สินไว้เพื่อตน เช่น ผู้เช่าบ้านย่อมมีสิทธิครอบครองในบ้าน แต่กรรมสิทธิ์ยังถือว่าเป็นของเจ้าบ้านอยู่
  6. ภาวะจำยอม คือการที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องแบกรับภาระบางอย่างที่จะกระทบกับทรัพย์สินของตนเอง หรือต้องงดเว้นในการใช้สิทธิบางอย่างซึ่งในความเป็นจริงตนควรที่จะมีสิทธิอยู่แต่ต้องงดเว้นไปก่อนชั่วคราว
  7. สิทธิอาศัย คือสิทธิที่จะได้อยู่ในที่พักอาศัยของผู้อื่นโดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าเช่าหรือได้รับผลประโยชน์อื่นใดตอบแทนจากการให้เข้าอยู่อาศัย
  8. สิทธิเก็บเงิน คือสิทธิในการเข้าครอบครองใช้และถือเอาประโยชน์ที่ได้จากอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น ด้วยการจ่ายค่าเช่าหรือจะเป็นรูปแบบของผลประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ก็ได้
  9. ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ คือการที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าของครอบครองอสังหาริมทรัพย์ แต่มีสิทธิที่จะต้องชำระหนี้เป็นคราวๆในทรัพย์สินนั้น หรือได้โอกาสใช้ตลอดจนถือเอาซึ่งประโยชน์แห่งทรัพย์สินนั้นตามที่ได้มีการระบุเอาไว้
  10. จำนอง หมายถึงการนำเอาอสังหาริมทรัพย์มาจดทะเบียนเป็นหลักประกันเรื่องการชำระหนี้

จาก 10 ข้อดังกล่าวข้างต้นเป็นประเด็นกฎหมายควรรู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ฉะนั้นเมื่อนักลงทุนมีความรู้มากพอในกฎหมายก็จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ และยังช่วยป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดจากความไม่เข้าใจในกฎหมายด้วยก็ได้